ใครตกรอบก่อนได้เปรียบ

ถือว่าเป็นรายการระดับทวีปที่เงียบเหงา เศร้าสร้อยมาก นั่นก็คือ การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งทวีปแอฟริกา หรือ เรียกกันสั้นๆว่า แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ที่ตอนนี้เดินทางมาถึงนัดสุดท้ายของรอบแรกกันแล้ว พอจะมองเห็นแล้วว่าใครจะได้เข้ารอบต่อไปแล้วใครจะจอดแค่รอบแรกนี้ ซึ่งถ้าชาติไหนตกรอบเชื่อว่าสโมสรนั้นเตรียมเฮแน่นอน แอฟริกัน เนชั่น คัพที่กระแสเงียบมาก ต้องยอมรับเลยว่า รายการแข่งขันนี้มาไม่ถูกจังหวะเอาเสียเลย แน่นอนว่าการมาจัดกันกลางลีคในเดือนมกราคมแบบนี้ก็เพราะเรื่องสภาพภูมิอากาศที่ไม่ร้อนมาก ทำให้นักกีฬาไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่ว่าข้อเสียคือคนสนใจเรื่องฟุตบอลลีคที่กำลังเข้มข้นอยู่ตอนนี้มากกว่า ทำให้กระแสของรายการนี้เงียบๆไปเหมือนกัน เพราะไม่ค่อยมีใครเอามาถ่ายทอดเท่าไร คิดดูเอาล่ะกันว่าขนาดนั้นดูออนไลน์ ดูเถื่อนยังหายากเลย เมื่อกระแสเงียบมันก็อาจจะไม่ค่อยทำรายได้สักเท่าไร ใครตกรอบแรก สโมสรได้เฮ ตอนนี้เดินทางมาถึงนัดสุดท้ายของรอบแรกกันแล้ว เชื่อว่าทีมชาติไหนที่ตกรอบงานนี้ก็มีเสียใจบ้างเป็นธรรมดา และคงต้องกลับไปแก้ตัวกันใหม่อีก 2 ปีข้างหน้า แต่เชื่อว่าทางสโมสรที่เห็นว่านักเตะตัวเองไม่ต้องลงเล่นแล้ว คงต้องมีเฮอย่างแน่นอน เพราะจะได้นักเตะในสังกัดกลับมาช่วยทีมเร็วกว่าที่คิดว่า อย่างเช่น เลสเตอร์ ที่ได้จะได้ ริยาร์ด มาห์เรซ กับ สลิมานี่ กลับมาช่วยทีมที่ตอนนี้แปรสภาพเป็นเสือลำบากไปเรียบร้อย ใครเข้ารอบงานนี้ ลุ้นกันเหนื่อย มองอีกมุมหนึ่งการได้ที่นักเตะของตัวเองได้ผ่านจากรอบแรกไปแล้ว เชื่อว่ากุนซือทุกคนต้องดีใจนั่นแหละ แต่อีกมุมหนึ่งก็คงอดห่วงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาการบาดเจ็บที่อาจจะติดตัวมาจนทำให้มีผลต่อการเล่นเกมลีคเมื่อกลับมา หรือจะเป็นเรื่องของฟอร์มการเล่นที่ตกลงเนื่องจากร่างกายอ่อนล้า กรอบเป็นข้าวเกรียบ ก็ต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วนักเตะที่ไปรับใช้ชาติกลับมาจะเล่นได้เหมือนเดิมหรือเปล่า

ไก่เดือยทอง บททดสอบสำคัญ

พรีเมียร์ลีค สุดสัปดาห์นี้ เชื่อว่าเกมบิ๊กแมตซ์คงหนีไม่พ้นที่เอติฮัด สเตเดี้ยมอย่างแน่นอน การพบกันระหว่าง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ไก่เดือยทอง ท็อตแนมฮ็อตสเปอร์ ที่ตอนนี้ต้องบอกว่าฟอร์มมาแรงเหลือเกิน เกมนี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญของพวกเค้าอีกครั้ง สำหรับการขึ้นไปท้าชิงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีค การเอาชนะในเกมใหญ่ ปีนี้ลูกทีมของ เมาริโอ โปเช็ตติโน่ ถือว่าทำได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียวในการเจอกับทีมใหญ่ด้วยกัน แพ้ไปแค่สองนัดเท่านั้นคือเจอเชลซี และ แมนยู แต่นอกนั้นก็สามารถเก็บแต้มได้หมด ส่วนมากจะหนักไปทางเสมอ แต่กับแมนซิตี้ไม่ใช่เลย เกมแรกพวกเค้าก็เอาชนะมาได้ 2-0 ที่บ้านของพวกเค้าเองแถมตอนนั้นแมนซิ ฟอร์มดีมากด้วยนะ ทดสอบสภาพจิตใจนักเตะ ฤดูกาลที่แล้วสเปอร์ส์ถือว่าเป็นทีมที่มีหนทางสดใสมากในการลุ้นแชมป์ เนื่องจากว่าคู่แข่งในการแย่งแชมป์ตอนนั้นเหลือเพียงแค่ เลสเตอร์ ทีมเดียวเท่านั้นซึ่งดูแล้วพวกเค้าน่าจะเบียดได้ แต่พอเลสเตอร์เล่นไม่พลาดๆก็กลายเป็นพวกเค้าเองที่เล่นพลาดกันไปแบบง่ายๆเหมือนทนแรงกดดัน แรงเสียดทางไม่ไหว จนเสียกระบวนท่าไปในที่สุด แต่ปีนี้ดูแล้วเด็กหนุ่มของสเปอร์สดูจะนิ่งขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก และเกมนี้จะเป็นบททดสอบความนิ่งของพวกเค้าอีกครั้ง แฮร์รี่เคน เครื่องร้อนช้าแต่แรง คนหนึ่งเลยที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของทีมตอนนี้ก็คือ แฮร์รี่ เคน ดาวยิงตัวความหวังที่ต้องบอกว่ามักจะเป็นพวกประเภทเครื่องร้อนช้า กว่าจะเริ่มยิงและกลับมาหาฟอร์มตัวเองเจอก็ดูจะช้าไปหน่อย แต่ก็ถือว่ายังดีกว่าไม่มา ตอนนี้ฟอร์มของเคนแรงขึ้นมาเรื่อยๆ จนคิดว่าอาทิตย์นี้เค้าน่าจะได้ยิงบราโว่ อย่างแน่นอน

นักเตะไทยลีค ที่หลายทีมในเอเชียไม่มองข้าม

ตั้งแต่เรามีไทยลีคเป็นต้นมา ต้องถือว่าเรากำลังพัฒนาลีค นักเตะทั้งนักเตะไทย และ นักเตะต่างชาติไทยไปพร้อมๆกันด้วย ซึ่งเมื่อก่อน การที่นักเตะจากไทยลีคจะได้พัฒนาตัวเองก้าวไปยังลีคที่สูงขึ้นในเอเชีย นั้นดูจะเป็นเรื่องที่ดูไกลตัวเกินไป แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว นักเตะจากไทยลีคของเราหลายทีมในเอเชียเริ่มรุมจีบกันแล้ว นักเตะไทยในตลาดซื้อขายเอเชีย กรณีแรกถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้เขียนเองอยากให้เกิดมากที่สุด แต่ก็ยังไม่ค่อยมีเท่าไรก็คือ ดีลที่นักเตะไทยเราที่พัฒนาตัวเองจากไทยลีคก้าวขึ้นไปเล่นในลีคเอเชียที่สูงขึ้น แต่ปีนี้ถือว่าดีเลย เนื่องจากมีดีลของเมสซี่เจ ที่จะไปเล่นแบบยืมตัวกับทีมในเจลีค 1 ตอนเลกสอง กับ นักเตะอีกคนของชลบุรีที่จะได้ไปเล่นเจลีค 3 ก็หวังว่าในอนาคตจะมีอย่างนี้อีกต่อไป โดยสองคนนี้เป็นไอดอล นักเตะต่างชาติจากไทยลีคในตลาดเอเชีย กรณีที่สองที่ถือว่ามีข่าวอยู่ตลอดนั่นก็คือ บรรดานักเตะต่างชาติที่พาเหรดกันเข้ามาเล่นในไทยลีคแล้วทำผลงานได้ดีจนหลายทีมในเอเชียซื้อตัวไปเล่นต่อ อย่างที่ดังๆหน่อย ก็แฟรง อาเซียมปง ชาวกานา ที่เคยมาเล่นเป็นกองหน้าตัวอันตรายให้กับ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ อยู่พักหนึ่ง เค้าก็ได้ย้ายไปเล่นที่อันเดอเลชท์สโมสรดังในเบลเยียมโน่นเลย หรือ จะเป็นแฮร์เบอร์ตี้ที่ได้ย้ายไปเล่นในลีคตะวันออกกลาง(ที่ตอนนี้มีปัญหาเรื่องค่าเหนื่อย) รวมถึงแว่วๆว่าจะมีนักเตะบุรีรัมย์ อีกคนได้ก้าวขึ้นไปเล่นให้กับทีมชั้นนำของเอเชียด้วย ถ้ามีอย่างนี้อีกนั้นก็แสดงว่า ลีคไทยเราก็เป็นที่จับตาเหมือนกันนะเนี่ย  

จุดอิ่มตัว คำอันตรายของนักกีฬา

ถือว่าเป็นคำถามที่แฟนบอลหลายคนคงกำลังสงสัย และคิดกันอยู่ว่าเพราะเหตุใด เมสซี่ ถึงยังไม่ต่อสัญญากับทีมออกไปเสียที ทั้งๆที่เพื่อนร่วมทีมหลายคนก็ทยอยต่อสัญญากันไปแล้ว ส่วนตัวมองว่าถ้าหากเราตัดเรื่องผลประโยชน์ เรื่องเงินออกไป คำหนึ่งที่อาจจะอธิบายว่า ทำไม เมสซี่ ถึงกำลังจะคิดเรื่องย้ายทีมก็คือคำว่า จุดอิ่มตัว จุดอิ่มตัว หมายความว่าอะไร คำว่า จุดอิ่มตัว นี่ถือว่าเป็นคำที่ต้องห้าม และคำอันตรายอย่างหนึ่งของนักกีฬาเลย เนื่องจากคำว่าจุดอิ่มตัวนี้หมายถึง การพอแล้วไม่ขยายตัวไปอีกแล้ว อธิบายในเชิงกีฬาก็สามารถแปลได้ว่า เหนื่อยแล้ว ไม่อยากเล่นแล้ว ไม่อยากพัฒนาตัวเองไปมากกว่านี้แล้ว หรือพูดสั้นๆแบบภาษาบ้านเราว่า เบื่อ แล้วนั่นเอง เงินไม่ใช่คำตอบเสมอไป เมื่อเกิดอาการเบื่อแล้ว ประกอบกับการสัญญาที่กำลังจะหมดไปนั้นก็เป็นไปได้ว่า เค้ากำลังมองหาความท้าทายใหม่ๆ การสัญญาฉบับใหม่ไม่ถูกลงนามไปเสียที บางครั้งมันก็ไม่ได้หมายความถึงเรื่องเงินแต่เพียงอย่างเดียว มันมีเรื่องของฟุตบอลในสนามเข้ามาเกี่ยวด้วย อย่าลืมสิว่า ค่าเหนื่อยและค่าพรีเซนเตอร์ และรายรับที่เค้าได้รับนั้นมีมากจนกินไม่หมดแล้วมั้ง แต่สิ่งที่เงินให้ไม่ได้ก็คือ ความท้าทาย การมองหาความท้าทายใหม่ๆ เมื่อคนเราถึงจุดอิ่มตัวแล้ว แน่นอนว่าหากต้องการกระตุ้นตัวเองให้พัฒนาต่อไป การมองหาสภาพแวดล้อมใหม่ การมองหาคู่แข่งใหม่ๆ การมองหาอะไรใหม่ๆถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันเหมือนกับเป็นการเปิดโหมดตัวเองไปสู่อีกรูปแบบหนึ่ง เป็นการแข่งขันตัวเองอีกรูปแบบหนึ่งว่า จะสามารถปรับตัว และเอาชนะเรื่องราวใหม่ๆได้หรือไม่ ก็ได้แต่หวังว่าสุดท้ายแล้ว เมสซี่ จะไม่อิ่มตัวกับสีเสื้อของบาร์เซโลน่าไปเสียก่อน แต่ถ้าถึงจุดอิ่มตัวจริงๆ การได้มาลุยพรีเมียร์ลีค สักครั้งก็น่าสนใจเหมือนกันนะ  

สิทธิโชค ภาโส อีกหนึ่งดาวรุ่ง ที่ต้องเอาใจช่วย

ข่าวคราวแวดวงนักเตะไทยชั่วโมงนี้เชื่อว่าคงไม่มีใครจะดังไปกว่า เมสซี่เจ ที่กำลังจะได้บินไปเปิดตัวและเซ็นสัญญายืมตัวการไปเล่นฟุตบอลเจลีคที่ญี่ปุ่นอีกแล้ว แต่วันนี้ก็เพิ่งจะเห็นอีกข่าวหนึ่งว่า ไทยเราก็กำลังจะมีนักเตะอีกคนหนึ่งที่จะได้ไปเล่นในประเทศญี่ปุ่นเหมือนกัน นั่นก็คือ สิทธิโชค ภาโส กองหน้าดาวรุ่งจากชลบุรี การได้ไปเก็บประสบการณ์ที่เจลีค 3 ถือว่าเป็นข่าวดีอย่างต่อเนื่องเลย ที่เจ้าย้า สิทธิโชค ภาโส กองหน้าดาวรุ่งจาก อะคาเดมี่ของชลบุรี หลังจากได้ไปทดสอบฝีเท้าที่ประเทศญี่ปุ่น กับทีม คาโกชิม่า ยูไนเต็ด ทีมในระดับเจลีค 3 แล้ว พวกเค้ากลับตัดสินใจเลือกนักเตะดาวรุ่งไทยคนนี้ เข้าสู่ทีมด้วยสัญญายืมตัวมีระยะเวลา 1 ปี แน่นอนว่าข่าวนี้ย่อมสร้างความภาคภูมิใจให้กับทีมงานเบื้องหลังอะคาเดมี่ของชลบุรีทุกคน การที่ได้มีดาวรุ่งไทยไปเตะที่นั่น ย่อมทำให้เค้าได้รับประสบการณ์ด้านฟุตบอลอันล้ำค่าอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฝึกซ้อม แท็คติค และวินัยของนักกีฬา เชื่อว่าที่นั่นจะหล่อหลอมเค้าให้กลายเป็นนักฟุตบอลที่แข็งแกร่งแน่นอน ใบเบิกทางสู่นักเตะรุ่นต่อไป ไม่เพียงแต่ตัวเค้าเท่านั้นที่จะได้รับ การที่เค้าได้ทำให้เห็นแล้วว่า หากเราฝึกซ้อมอย่างมีวินัย และเราเก่งจริง เราก็จะมีโอกาสในการก้าวไปสู่ลีคต่างประเทศอย่างแน่นอน การไปของสิทธิโชคในครั้งนี้ น่าจะเป็นตัวอย่าง เป็นไอดอลให้นักเตะรุ่นใหม่ๆที่สนใจฟุตบอลนั้นได้มองเห็นและกล้าที่จะเดินตามความฝันของตัวเองอย่างแน่นอน รวมถึงเป็นการเปิดตลาดนักเตะไทยในเวทีญี่ปุ่นอีกทางหนึ่งด้วย อีกหน่อยเราอาจจะมีนักเตะไทยไปเล่นให้กับเจลีค อีกหลายๆคนก็เป็นได้

อเล็กซิส ซานเชส อนาคตที่ไม่แน่นอน

หลังจบเกมที่อาร์เซนอลทำได้เพียงแค่เสมอ(แบบเกือบแพ้) ต่อบอร์นมัธไปถึง 3-3 แบบโดนนำก่อน 3-0 ด้วยนั้น หลังจบเกมดังกล่าวมีการพูดถึงการที่ อเล็กซิส ซานเชส หัวหอกตัวเก่งทีมชาติชิลีแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างมากต่อรูปเกมในวันนั้น เพราะเค้าถึงกับถอดถุงมือขว้างทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์เลย แน่นอนว่านักข่าวย่อมไม่พลาดที่จะนำมาจับโยงกับการย้ายทีม สัญญาที่กำลังจะหมดลงอีกไม่นาน ประกอบกับสัญญามัดตัวของ อเล็กซิส ซานเชส ดาวยิงตัวเก่งของทีมกำลังจะหมดลงในอีกไม่นานนี้แล้วด้วย ตอนนี้สัญญาเหลือเพียงแค่ 18 เดือนเท่านั้น ถ้าหากปืนใหญ่เจรจาสัญญาใหม่ไม่สำเร็จ ช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ สัญญาจะเหลือเพียงแค่ 12 เดือน ถึงตอนนั้นเค้าก็อาจจะดอดไปคุยกับสโมสรอื่นแล้วก็ได้ องค์ประกอบของทีมไปไม่ถึงแชมป์ หากอเล็กซิส ต้องลาจากเอมิเรต สเตเดี้ยมไปจริงๆ สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อว่าเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจของเค้าได้เป็นอย่างดีก็คือ ระดับฝีเท้าอย่างเค้านี่ต้องบอกเลยว่าเล่นทีมไหนได้แชมป์แน่นอน แต่ว่าการได้เข้ามาอยู่กับอาร์เซนอล เค้าเก่งจริงแต่องค์ประกอบของทีมมันไม่หนุนเอาเสียเลย หากเทียบกับทีมในระดับลุ้นแชมป์ด้วยกัน มองดูแล้วมีเพียงแค่ เมซุต โอซิล แล้วก็ปีเตอร์ เช็คเท่านั้นที่เข้าข่าย ที่เหลือยังไม่ใช่ มันก็เลยทำให้ อาร์เซนอล เป็นได้แค่ทีมลุ้นแชมป์ แต่ไม่ถึงแชมป์สักที ค่าเหนื่อยที่น้อยกว่าทีมอื่น ไม่เพียงแต่เรื่องของเพื่อนร่วมทีมเท่านั้น ค่าเหนื่อยก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน ฝีเท้าของเค้ากับค่าเหนื่อยเพียงค่า 130,000 ปอนด์ นี่ถือว่าน้อยมาก หรือสัญญาใหม่ที่จะอัพขึ้นไปถึง 200,000 ปอนด์ ก็ถือว่าสมเหตุสมผลดี แต่ถ้าไปเทียบกับพวกที่หนีไปเล่นที่จีนแล้ว มันก็ดูน้อยไปหน่อย ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้ว เวงเกอร์… More →

กอนซาโล อิกัวอิน ของจริง ยิงจริง

กอนซาโล อิกัวอิน

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หากมองไปยังตลาดซื้อขายนักเตะของอิตาลีต้องถือว่าซบเซาอย่างหนักอาจจะเพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจด้วย ทำให้แต่ละทีมไม่ค่อยกล้าที่จะทุ่มสักเท่าไร แต่มีอยู่ดีลหนึ่งที่ถือว่าเป็นบิ๊กดีลแบบเซอร์ไพร์สทีเดียวนั่นคือ ดีลของกอนซาโล อิกัวอินที่ยูเวนตุสกับเงิน 75 ล้านปอนด์ หลายคนที่ไม่ได้ติดตามบอล กัลโช่ อาจจะมองว่าทำไมราคาแพงจัง แต่พอเปิดฤดูกาล เราก็รู้ได้ทันทีเลยว่าการที่ยูเวนตุส ได้อิกวาอินไปล่าตาข่ายให้ มันคือการติดปีกให้พยัคฆ์ ชัดๆ สถิติของอิกวาอิน หากเราไปไล่เรียงสถิติของเค้า ก็คงต้องนับเริ่มจากตอนที่เค้าอยู่ทีมรีล มาดริดอยู่ ที่นั้นเค้าอยู่ไปทั้งหมด 7 ฤดูกาลด้วยกัน ตั้งแต่ปี 2006-2013 สถิติลงทุกรายการอยู่ที่ 264 เกม ยิงประตูไปทั้งหมด 121 ประตู (ประมาณ 2 เกมต่อ 1 ประตู) ย้ายมาเล่นที่นาโปลี ตั้งแต่ปี 2013-1016 ตลอด 3 ฤดูกาล ลงเล่นไป 146 เกม ยิงไปทั้งหมด 91 ประตู (ค่าเฉลี่ย 1 เกมกว่าๆต่อ 1 ประตู) ถือว่ายอดเยี่ยมเลยกับลีคที่เล่นเกมรับแข็งมากที่สุดแห่งหนึ่ง ส่วนการย้ายมายูเว่ในฤดูกาลนี้ เล่นไปแล้ว 9 เกมทุกรายการ ยิงไปแล้ว 7… More →

รางวัลโกลเด้นบอย จากพรีเมียร์ลีค

รางวัลโกลเด้น บอยส์

การมอบรางวัลส่วนตัวถือว่าเป็นกระจกสะท้อนการทำงานของนักเตะด้วยส่วนหนึ่ง อย่างเช่นนักเตะดาวรุ่งทั้งหลาย นอกจากโอกาสในการลงสนามแล้ว เรื่องของรางวัลก็ถือว่าเป็นโบนัสเพื่อตอบแทนความพยายามของตัวเอง อย่างเช่น รางวัลโกลเด้น บอยส์ รางวัลที่จะมอบให้กับดาวรุ่งที่ทำผลงานดีที่สุด ซึ่งปีนี้พรีเมียร์ลีค ส่งเข้าประกวดไป 8 คนแบ่งได้ดังนี้ ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ กลุ่มแรกขอไปที่ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์กันก่อนเลย ที่มีดาวรุ่งส่งเข้าประกวด 3 คนคือ หนึ่งมาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนยู) สองเคเลชี อิเฮียนาโช่ และ เลรอย ซาเน่ จากแมนซิตี้ สามคนนี้ถือว่าเป็นตัวหลักของทีมทั้งหมดเลย แรชฟอร์ดอาจจะฟอร์มแรง แต่ อิเฮียนาโช่ ของแมนซิตี้ ก็เล่นได้อย่างน่าสนใจ ทำสกอร์ให้เห็นเป็นประจำด้วย ส่วนซาเน่ อาจจะน้อยกว่าถ้าเทียบกับสองคนนี้ ทีมจากเมืองลอนดอน กลุ่มที่สองนี่เยอะหน่อยก็คือ ดาวรุ่งที่มาจากทีมลอนดอนไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ อิโวบี้ จากอาร์เซนอล เดเล อัลลี ของสเปอร์ส รูเบน รอฟตัส ชีค (เชลชี) อันเดรีย คริสเตนเซน และ นาธาน(เชลซี แต่ปล่อยยืมตัว) แต่ละคนก็เล่นดีโชว์ฟอร์มให้กับต้นสังกัดได้ดีพอๆกัน แต่ถ้าจะให้เลือก เดเล อัลลีจากสเปอร์ฟอร์มแรงและเล่นดีสุดนะ กลุ่มทีมอื่น นอกจากนี้แล้ว ก็จะมี… More →

ถึงเวลาแรชฟอร์ด ในทีมชาติอังกฤษได้แล้ว

หากพูดถึงดาวรุ่งในทีมชาติอังกฤษแล้ว คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเจ้าหนูมาร์คัส แรชฟอร์ด คือดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของยุโรปในเวลานี้เลย ผลงานในระดับทีมชาติและสโมสร น่าจะเป็นเครื่องการันตีให้กับเจ้าหนูคนนี้อยู่แล้ว แต่น่าขัดใจอยู่ว่าแมตซ์เกมทีมชาติที่ผ่านมา เค้ากลับไม่ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ซะงั้น ผลงานของแรชฟอร์ดในทีมชาติอังกฤษชุดเล็ก ถือว่าพลิกล็อคเลยกับการที่ บิ๊กแซม ปล่อยให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงไปเล่นทีมชาติอังกฤษชุด U21 แทนที่จะให้ได้เล่นชุดใหญ่แต่ถึงจะเป็นชุดเล็ก แรชฟอร์ด ก็ไม่ทำให้ผิดหวังโดยการประเดิมสนามพบกับนอร์เวย์ ด้วยการทำแฮตทริกให้บิ๊กแซมที่มานั่งชมเกมด้วยเห็นความเจ๋งของเค้า โดยเฉพาะลูกสองที่เค้ายิงลูกโค้งหนีมือผู้รักษาประตูเข้าไปแบบงามหยดย้อย สุดท้ายทีมชาติอังกฤษชนะไปถึง 6-1 เลยทีเดียว ถึงเวลาของแรชฟอร์ดในทีมชาติอังกฤษแล้ว จากผลงานที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่า กระดูกบอลของเจ้าหนูมาร์คัส แรชฟอร์ด คนนี้แข็งโป๊กกว่าเพื่อนวัยเดียวกันแล้ว น่าจะถึงเวลาที่เค้าจะได้ลงเล่นเคียงข้างกับ เจมี่ วาร์ดี้ แทนตำแหน่งของสเตอร์ริจ ของทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่สักที เพราะความเร็วและวูบวาบของเค้ารับรองว่าน่าจะช่วยอังกฤษได้มากเลย หากได้ไม่ได้ลงตัวจริง การลงมาเป็นโจ๊กเกอร์ ช่วงหลังจากนาทีที่ 70 ไปแล้ว รับรองว่ากองหลังที่ขาล้ามาทั้งเกม อาจจะตามความเร็วของเจ้าหนูคนนี้ไม่ทันแน่ สุดท้ายเรามาเดาใจบิ๊กแซมกันว่า จะปล่อยให้เจ้าหนูนี่เล่นในรุ่น U21 เพื่อเก็บประสบการณ์เวทีนานาชาติไปก่อน หรือจะดันขึ้นชุดใหญ่เลย

นักเตะที่จะได้รู้จักแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้เป็นครั้งแรก (ฝั่งผีแดง)

แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตซ์

เกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตซ์ที่จะเตะกันในอาทิตย์นี้ น่าจะเป็นอีกหนหนึ่งที่เกมจะออกมาสูสี สนุก และปนไปด้วยเรื่องราวดราม่าอย่างแน่นอน และครั้งนี้ฝั่งปีศาจแดงเองก็มีนักเตะใหม่หลายคนที่น่าจะได้ลงเล่นเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้เป็นครั้งแรก มาดูกันว่า มีใครที่น่าจะได้ลงเล่นกันบ้าง กองหน้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ถือว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากทีเดียว กับดีลของซลาตันและปีศาจแดง แน่นอนว่าผลงานที่ผ่านมาของซลาตันคงไม่มีใครสงสัยในความสามารถอีกแล้วเรื่องความกดดัน คงไม่มี น่าสนใจมากกว่าการที่เค้าผ่านเกมดาร์บี้มากมายหลายประเทศ ประสบการณ์ที่สั่งสมมาจะทำให้เค้ายิงประตูได้ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้หรือเปล่า กองกลาง ป็อกบา ด้วยค่าตัวที่สูงเป็นสถิติโลก ไม่แปลกที่ ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสจะถูกจับตามองมากทั้งในและนอกสนาม ยิ่งการกลับมาคราวนี้ ป็อกบา น่าจะคุ้นเคยกับเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้อยู่แล้ว แต่การได้ลงไปเล่นเป็นตัวจริงอย่างนี้ หากเค้าทำได้ดี หรือยิงประตูได้ คงจะสะใจแฟนผีแดงทั้งปวงอย่างแน่นอน แต่จะทำได้ไหม ไม่ง่ายนะ กองหลัง เอริค ไบญี่ อีกคนหนึ่งที่น่าจะได้สัมผัสกับบรรยากาศ เกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ก็คือ กองหลังตัวกลางอย่าง เอริค ไบญี่ ที่สามเกมแรกที่ลงไปเล่นนั้นเค้าทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีเลย แต่เกมนี้คู่แข่งเป็นซิตี้ที่มีแนวรุกสุดอันตรายรออยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่มี อเกวโร่ แต่คนอื่นก็ไม่ง่ายเช่นกัน หากไบญี่ เอาอยู่ ก็แสดงว่า เป็นของจริงแบบไม่ต้องสงสัย อีกคนหนึ่งที่จะได้สัมผัสแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้เป็นครั้งแรกก็คือ กุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ มาดูกันว่าเกมนี้เค้าจะสามารถเก็บสามแต้มเหนือเพื่อนบ้านอย่างซิตี้ได้ไหม