กอนซาโล อิกัวอิน ของจริง ยิงจริง

กอนซาโล อิกัวอิน
กอนซาโล อิกัวอิน
กอนซาโล อิกัวอิน

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หากมองไปยังตลาดซื้อขายนักเตะของอิตาลีต้องถือว่าซบเซาอย่างหนักอาจจะเพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจด้วย ทำให้แต่ละทีมไม่ค่อยกล้าที่จะทุ่มสักเท่าไร แต่มีอยู่ดีลหนึ่งที่ถือว่าเป็นบิ๊กดีลแบบเซอร์ไพร์สทีเดียวนั่นคือ ดีลของกอนซาโล อิกัวอินที่ยูเวนตุสกับเงิน 75 ล้านปอนด์ หลายคนที่ไม่ได้ติดตามบอล กัลโช่ อาจจะมองว่าทำไมราคาแพงจัง แต่พอเปิดฤดูกาล เราก็รู้ได้ทันทีเลยว่าการที่ยูเวนตุส ได้อิกวาอินไปล่าตาข่ายให้ มันคือการติดปีกให้พยัคฆ์ ชัดๆ

สถิติของอิกวาอิน

หากเราไปไล่เรียงสถิติของเค้า ก็คงต้องนับเริ่มจากตอนที่เค้าอยู่ทีมรีล มาดริดอยู่ ที่นั้นเค้าอยู่ไปทั้งหมด 7 ฤดูกาลด้วยกัน ตั้งแต่ปี 2006-2013 สถิติลงทุกรายการอยู่ที่ 264 เกม ยิงประตูไปทั้งหมด 121 ประตู (ประมาณ 2 เกมต่อ 1 ประตู) ย้ายมาเล่นที่นาโปลี ตั้งแต่ปี 2013-1016 ตลอด 3 ฤดูกาล ลงเล่นไป 146 เกม ยิงไปทั้งหมด 91 ประตู (ค่าเฉลี่ย 1 เกมกว่าๆต่อ 1 ประตู) ถือว่ายอดเยี่ยมเลยกับลีคที่เล่นเกมรับแข็งมากที่สุดแห่งหนึ่ง ส่วนการย้ายมายูเว่ในฤดูกาลนี้ เล่นไปแล้ว 9 เกมทุกรายการ ยิงไปแล้ว 7 ประตู ถือว่าฟอร์มกำลังยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ส่วนในนามทีมชาติของอยู่ทีมชาติอาเจนติน่า ติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปี 2009 เรื่อยมา ลงเล่นไปทั้งหมด 62 เกม ยิงไป 30 ประตู (เฉลี่ย 2 นัด ต่อ 1 ประตู) ก็อยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้

จากลีค สู่แชมป์ UCL

จากสถิติข้างต้น จะเห็นเลยว่าการที่ยูเวนตุส ยอมทุบคลังมากขนาดนี้เพื่อกระชากเค้ามาจากนาโปลี นั่นแสดงว่า อิกวาอินต้องมีความสำคัญต่อการเล่นของยูเวนตุสเป็นอย่างมาก ในลีคไม่ต้องพูดถึง เพราะดูแล้วถ้ายูเวนตุสไม่พลาดกันไปเอง ยังไงถ้วยแชมป์สคูเดตโต้ คงอยู่ในมือพวกเค้าแน่นอน แต่การจะไปถึงแชมป์ UCL ต้องมาดูว่าเค้าจะยิงบิ๊กทีมในถ้วยนี้ได้หรือเปล่า

รางวัลโกลเด้นบอย จากพรีเมียร์ลีค

รางวัลโกลเด้น บอยส์
รางวัลโกลเด้น บอยส์
รางวัลโกลเด้น บอยส์

การมอบรางวัลส่วนตัวถือว่าเป็นกระจกสะท้อนการทำงานของนักเตะด้วยส่วนหนึ่ง อย่างเช่นนักเตะดาวรุ่งทั้งหลาย นอกจากโอกาสในการลงสนามแล้ว เรื่องของรางวัลก็ถือว่าเป็นโบนัสเพื่อตอบแทนความพยายามของตัวเอง อย่างเช่น รางวัลโกลเด้น บอยส์ รางวัลที่จะมอบให้กับดาวรุ่งที่ทำผลงานดีที่สุด ซึ่งปีนี้พรีเมียร์ลีค ส่งเข้าประกวดไป 8 คนแบ่งได้ดังนี้

ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์

กลุ่มแรกขอไปที่ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์กันก่อนเลย ที่มีดาวรุ่งส่งเข้าประกวด 3 คนคือ หนึ่งมาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนยู) สองเคเลชี อิเฮียนาโช่ และ เลรอย ซาเน่ จากแมนซิตี้ สามคนนี้ถือว่าเป็นตัวหลักของทีมทั้งหมดเลย แรชฟอร์ดอาจจะฟอร์มแรง แต่ อิเฮียนาโช่ ของแมนซิตี้ ก็เล่นได้อย่างน่าสนใจ ทำสกอร์ให้เห็นเป็นประจำด้วย ส่วนซาเน่ อาจจะน้อยกว่าถ้าเทียบกับสองคนนี้

ทีมจากเมืองลอนดอน

กลุ่มที่สองนี่เยอะหน่อยก็คือ ดาวรุ่งที่มาจากทีมลอนดอนไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ อิโวบี้ จากอาร์เซนอล เดเล อัลลี ของสเปอร์ส รูเบน รอฟตัส ชีค (เชลชี) อันเดรีย คริสเตนเซน และ นาธาน(เชลซี แต่ปล่อยยืมตัว) แต่ละคนก็เล่นดีโชว์ฟอร์มให้กับต้นสังกัดได้ดีพอๆกัน แต่ถ้าจะให้เลือก เดเล อัลลีจากสเปอร์ฟอร์มแรงและเล่นดีสุดนะ

กลุ่มทีมอื่น

นอกจากนี้แล้ว ก็จะมี เดไร เกรย์ จากเลสเตอร์ และ มาร์โก กรูยิช ของลิเวอร์พูลที่ส่งประกวดดาวรุ่งด้วย สองคนนี้หากนับในฐานะดาวรุ่งก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่หากจะเทียบกับดาวรุ่งคนอื่นเพื่อคว้ารางวัล อันนี้ถือว่ายังห่างอยู่ เพราะยังไม่ค่อยได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอเท่าไร ส่วนดาวรุ่งจากทีมในลีคอื่น ดูแล้วฟอร์มก็แรงแต่ยังไม่ดีเท่ากับสองกลุ่มแรก มาลุ้นกันว่าใครจะเป็นคนได้รางวัลนี้ไป

ถึงเวลาแรชฟอร์ด ในทีมชาติอังกฤษได้แล้ว

หากพูดถึงดาวรุ่งในทีมชาติอังกฤษแล้ว คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเจ้าหนูมาร์คัส แรชฟอร์ด คือดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของยุโรปในเวลานี้เลย ผลงานในระดับทีมชาติและสโมสร น่าจะเป็นเครื่องการันตีให้กับเจ้าหนูคนนี้อยู่แล้ว แต่น่าขัดใจอยู่ว่าแมตซ์เกมทีมชาติที่ผ่านมา เค้ากลับไม่ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ซะงั้น

ผลงานของแรชฟอร์ดในทีมชาติอังกฤษชุดเล็ก

ถือว่าพลิกล็อคเลยกับการที่ บิ๊กแซม ปล่อยให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงไปเล่นทีมชาติอังกฤษชุด U21 แทนที่จะให้ได้เล่นชุดใหญ่แต่ถึงจะเป็นชุดเล็ก แรชฟอร์ด ก็ไม่ทำให้ผิดหวังโดยการประเดิมสนามพบกับนอร์เวย์ ด้วยการทำแฮตทริกให้บิ๊กแซมที่มานั่งชมเกมด้วยเห็นความเจ๋งของเค้า โดยเฉพาะลูกสองที่เค้ายิงลูกโค้งหนีมือผู้รักษาประตูเข้าไปแบบงามหยดย้อย สุดท้ายทีมชาติอังกฤษชนะไปถึง 6-1 เลยทีเดียว

ถึงเวลาของแรชฟอร์ดในทีมชาติอังกฤษแล้ว

จากผลงานที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่า กระดูกบอลของเจ้าหนูมาร์คัส แรชฟอร์ด คนนี้แข็งโป๊กกว่าเพื่อนวัยเดียวกันแล้ว น่าจะถึงเวลาที่เค้าจะได้ลงเล่นเคียงข้างกับ เจมี่ วาร์ดี้ แทนตำแหน่งของสเตอร์ริจ ของทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่สักที เพราะความเร็วและวูบวาบของเค้ารับรองว่าน่าจะช่วยอังกฤษได้มากเลย หากได้ไม่ได้ลงตัวจริง การลงมาเป็นโจ๊กเกอร์ ช่วงหลังจากนาทีที่ 70 ไปแล้ว รับรองว่ากองหลังที่ขาล้ามาทั้งเกม อาจจะตามความเร็วของเจ้าหนูคนนี้ไม่ทันแน่ สุดท้ายเรามาเดาใจบิ๊กแซมกันว่า จะปล่อยให้เจ้าหนูนี่เล่นในรุ่น U21 เพื่อเก็บประสบการณ์เวทีนานาชาติไปก่อน หรือจะดันขึ้นชุดใหญ่เลย

นักเตะที่จะได้รู้จักแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้เป็นครั้งแรก (ฝั่งผีแดง)

แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตซ์
แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตซ์
แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตซ์

เกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตซ์ที่จะเตะกันในอาทิตย์นี้ น่าจะเป็นอีกหนหนึ่งที่เกมจะออกมาสูสี สนุก และปนไปด้วยเรื่องราวดราม่าอย่างแน่นอน และครั้งนี้ฝั่งปีศาจแดงเองก็มีนักเตะใหม่หลายคนที่น่าจะได้ลงเล่นเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้เป็นครั้งแรก มาดูกันว่า มีใครที่น่าจะได้ลงเล่นกันบ้าง

กองหน้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ถือว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากทีเดียว กับดีลของซลาตันและปีศาจแดง แน่นอนว่าผลงานที่ผ่านมาของซลาตันคงไม่มีใครสงสัยในความสามารถอีกแล้วเรื่องความกดดัน คงไม่มี น่าสนใจมากกว่าการที่เค้าผ่านเกมดาร์บี้มากมายหลายประเทศ ประสบการณ์ที่สั่งสมมาจะทำให้เค้ายิงประตูได้ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้หรือเปล่า

กองกลาง ป็อกบา

ด้วยค่าตัวที่สูงเป็นสถิติโลก ไม่แปลกที่ ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสจะถูกจับตามองมากทั้งในและนอกสนาม ยิ่งการกลับมาคราวนี้ ป็อกบา น่าจะคุ้นเคยกับเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้อยู่แล้ว แต่การได้ลงไปเล่นเป็นตัวจริงอย่างนี้ หากเค้าทำได้ดี หรือยิงประตูได้ คงจะสะใจแฟนผีแดงทั้งปวงอย่างแน่นอน แต่จะทำได้ไหม ไม่ง่ายนะ

กองหลัง เอริค ไบญี่

อีกคนหนึ่งที่น่าจะได้สัมผัสกับบรรยากาศ เกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ก็คือ กองหลังตัวกลางอย่าง เอริค ไบญี่ ที่สามเกมแรกที่ลงไปเล่นนั้นเค้าทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีเลย แต่เกมนี้คู่แข่งเป็นซิตี้ที่มีแนวรุกสุดอันตรายรออยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่มี อเกวโร่ แต่คนอื่นก็ไม่ง่ายเช่นกัน หากไบญี่ เอาอยู่ ก็แสดงว่า เป็นของจริงแบบไม่ต้องสงสัย

อีกคนหนึ่งที่จะได้สัมผัสแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้เป็นครั้งแรกก็คือ กุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ มาดูกันว่าเกมนี้เค้าจะสามารถเก็บสามแต้มเหนือเพื่อนบ้านอย่างซิตี้ได้ไหม